“ปัญหาของพี่เสือ” ภายใต้กุนซือคนใหม่ “นิโก้ โควัช”

นิโก้ โควัช

หลังความพ่ายแพ้ต่อ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คู่ปรับตัวฉกาจในศึก “แดร์ คลาสิเกอร์” ทำให้ตอนนี้ บาเยิร์น มิวนิค ใต้การคุมทีมของ นิโก้ โควัช ตามหลังจ่าฝูงถึง 7 แต้มไปแล้ว ส่วนทีมที่ว่าก็ไม่ใช่ใครไหนอื่นเป็น “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ นี่แหละ ภายใต้การคุมทีมของ ลูเซียง ฟาร์ฟ ที่ปีนี้โชว์ฟอร์มได้สุดยอดเหลือเกินหลังผ่านเกมลีกไป 11 เกม

ต่างกับสถานการณ์ของกุนซือ “เสือใต้” อย่าง นิโก้ โควัช ที่เริ่มไม่สู้ดีแล้ว เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกกี้ และ อูลี่ เฮอเนส บิ๊กของทีมดังแคว้น บาวาเรียน แห่งนี้ จะหมดความอดทนกับเขาตอนไหน หากไม่รีบแก้ไขสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้มันดีขึ้น ปัญหาบางอย่างก็สามารถแก้ได้ในทันที แต่บางปัญหาก็ต้องใช้เวลาในการสะสาง

วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เสือใต้ นั้นไม่ดุดันอย่างที่เคยเป็นเมื่ออยู่ในมือของ นิโก้ โควัช

ประสบการณ์กับทีมใหญ่

ปัญหาของพี่เสือ

บาเยิร์น มิวนิค คือ สโมสรระดับโลก พวกเขาไม่ได้ยิ่งใหญ่แค่ในเยอรมัน จากความสำเร็จภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบนเวทียุโรปและฐานแฟนบอล ส่งผลให้ทีมนี้เป็นทีมลำดับต้น ๆ ของวงการฟุตบอล

ตัดมาที่ นิโก้ โควัช สำหรับตัวเขาเอง นี่เป็นเพียงการคุมทีมชุดใหญ่ทีมที่ 3 ของเขาเท่านั้น ถัดจาก ทีมชาติโครเอเชีย และ ไอน์ทรัค แฟร้งเฟิร์ต แม้ตัว โควัช จะสามารถพา แฟร้งค์เฟิร์ต คว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ในปีที่ผ่านมา แต่ยอมรับเถอะว่า มาถึงตอนนี้แล้ว ประสบการณ์ของเขายังไม่เพียงพอต่อการเป็นหัวเรือใหญ่กับสโมสรที่ทรงพลานุภาพที่สุดทีมหนึ่งของโลกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค

ถ้าใครได้ติดตามดูการเล่นของ แฟร้งค์เฟิร์ต ในปีที่แล้ว จะรู้เลยว่าสไตล์ของ โควัช นั้นเน้นใช้พละกำลังและการเพรสซิ่งซะเป็นส่วนใหญ่ เขาขึ้นชื่อในความเข้มงวดเรื่องระเบียบวินัย รวมไปถึงโปรแกรมการซ้อมที่หนักหน่วง สิ่งเหล่านี้ก็ให้นักเตะของเขามีแรงพอที่จะไล่บดบี้คู่แข่งได้ตลอดทั้งเกม แต่คำถามก็คือ มันเหมาะกับทีมที่เต็มไปด้วยซุปเปอร์สตาร์อย่าง บาเยิร์น หรือเปล่า ?

นอกจากเรื่องของแท็คติกแล้ว สิ่งที่สื่อส่วนใหญ่มองตรงกันแทบจะทุกสำนักเลยคือ “ความเก๋า” และ “บารมี” กูรูหลายคนคิดว่านี่คือคุณสมบัติที่โค้ชทุกคนควรจะมีถ้าคิดจะคุม บาเยิร์น มิวนิค แต่ โควัช นั้นยังไม่มีในตอนนี้ เมื่อนักเตะดัง กับ “อีโก้” มักเป็นของคู่กัน แน่นอนล่ะ ว่าเราจะไม่เหมารวมสตาร์ลูกหนังทุกคน แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ โควัช และ บาเยิร์น มิวนิค


นักเตะตัวหลัก หมด “Passion”

กุนซือคนใหม่

จั่วหัวมาแบบนี้ ต้องบอกก่อนว่าเรากำลังพูดถึงทีมเสือใต้ ไม่ได้หมายถึงคู่รักคนดังที่กำลังมีกระแส ! ทำไมเราถึงมองว่านักเตะหลักของ บาเยิร์น นั้นเริ่มหมดความท้าทายในการไล่ล่าแชมป์ซะแล้วล่ะ

อย่างแรก เราลองมองไปที่อายุของคู่หู “ร๊อบเบรี่” ก่อนเลย ปีนี้ ริเบรี่ อายุอานามก็ปาเข้าไป 35 แล้ว ส่วน ร็อบเบน ตามมาติด ๆ ที่ 34 ปี ด้วยวัยของสองคนนี้ จริง ๆ พวกเขาควรเป็นแค่ทีเด็ดยามที่โค้ชต้องการพลิกเกม หรือตัวเก๋าเอาไว้ประคองรุ่นน้อง แต่ความเป็นจริงแล้ว โควัช ยังหมั่นส่งคู่ ร๊อบเบรี่ ออกสตาร์ทพร้อมกันอยู่บ่อย ๆ อยู่เลย ซึ่งมันขัดแย้งกับสไตล์การคุมทีมของเขาเองเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่เขาควรใช้งาน มันคือพลังหนุ่ม ใช่ความเก๋าไม่

ด้วยความสำเร็จที่เคยได้เป็นประจำทุกปี ทำให้เหล่านักเตะเริ่มหมดความกระหาย และคิดว่าแชมป์ลีกเป็นของตาย ทำให้เวลาเจอกับทีมที่ด้อยชั้นกว่า บาเยิร์น จะชอบเล่นเสี่ยง ไม่ละเอียด และติดประมาทมากเกินไปในหลาย ๆ จังหวะ จนสุดท้ายบางทีก็พลาดพลั้ง ทำให้ทีมมีผลการแข่งขันที่ไม่น่าพอใจ และเมื่อเกิดความผิดพลาดอย่างต่อเนื่อง ก็กลายเป็นว่าส่งผลไปถึงเรื่องความมั่นใจของนักเตะทุกคนในทีมด้วยเหมือนไฟลามทุ่ง

หนำซ้ำ พวกตัวอย่าง มานูเอล นอยเออร์, เยโรม บัวเต็ง, ฆาบี มาร์ติเนซ, โธมัส มุลเลอร์ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ต่างร่วมคว้าแชมป์กับเสือใต้มาอย่างโชกโชน มันไม่แปลกเลยที่พวกเขาเหล่านี้จะออก “ลูกเฉื่อย” ด้วยศักยภาพของ บาเยิร์น เอง กับทีมร่วมลีก มันก็มีความห่างอยู่พอสมควร

คนเป็นโค้ชอย่าง โควัช จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก ที่จะต้องปลุกความกระหายของตัวหลักพวกนี้ เพราะหากยังชะล่าใจอยู่ ก็ไม่รู้ว่า โควัช จะได้เป็นผู้กระตุ้นพวกเขาไปจนจบฤดูกาลได้หรือไม่หรือจะกลายเป็นคนอื่นที่มาช่วยจุดไฟให้สตาร์เหล่านี้ตามหา “Passion” ที่หายไปแทน


ตัวหลักเริ่มเลยจุดพีค

บาเยิร์น มิวนิค

อย่างที่คุยกันถึงวัยของ ริเบรี่ และ ร็อบเบน เลข 34-35 มันเลยจุดพีคของนักฟุตบอลไปไกลพอสมควรแล้ว ต่อให้คุณเก่งขนาดไหน แต่ด้วยสังขาร ร่างกายที่เริ่มโรยรา มันไม่อาจทำงานตามที่สมองสั่งการได้ไวเหมือนหนุ่ม ๆ หรอก เชื่อสิ !

นอกจากวัยที่เพิ่มมากขึ้น ไหนจะปัญหาอาการบาดเจ็บที่ตามรุมเร้าอยู่เป็นประจำ ทำให้สองตัวเก๋าที่เคยเป็นแข้งหลัก ถูกพรากจากการลงสนามอยู่บ่อยครั้ง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ของ บาเยิร์น เหมือนกัน

นี่ยังไม่รวมอีกหลายคนที่วัยเริ่มก้าวเข้าเลข 3 กันแล้ว สำหรับผู้รักษาประตูอย่าง นอยเออร์ อาจเป็นกรณียกเว้น เนื่องจากตำแหน่งผู้รักษาประตูนั้นมีอายุยาวนานกว่าใคร แต่กับทั้ง เยโรม บัวเต็ง, มัทส์ ฮุมเมิ่ล, โธมัส มุลเลอร์ เราต่างเห็นตรงกันว่าฟอร์มของพวกเขาดร็อปลงไปอย่างเห็นได้ชัด มีก็เพียง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เท่านั้น ที่ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองในการล่าตาข่ายให้กับทีมได้อย่างสม่ำเสมอ

ส่วนทัพนักเตะที่เสริมเข้ามาอย่าง แซร์จ กนาบรี้, เลออน เกอเรตซ์ก้า และ เรนาโต้ ซานเชส ที่กลับมาจากการยืมตัว แข้งเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถทดแทนตัวหลักได้เลย และคาดว่าคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกพอสมควร และถ้า โควัช มีโอกาสอยู่ถึงตลาดหน้าหนาวนี้ เขาควรจะทำอะไรซักอย่างในการเฟ้นหาตัวแทนของผู้เล่นตัวหลัก เพื่อต่อยอดทีมของเขาเป็นอนาคตให้กับทีมเสือใต้
แต่กว่าจะถึงตอนนั้น โควัช ต้องประคองทีมชุดนี้ไปให้ได้ตลอดรอดฝั่งเสียก่อน ไม่งั้นเขาคงไม่ได้เป็นคนใช้นักเตะใหม่ที่จะเข้ามาเสริมในเดือนมกราปีหน้านี้แน่นอน

สิ่งที่ บาเยิร์น ของ โควัช กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เพียงแค่คู่แข่งแย่งแชมป์อย่าง ดอร์ทมุนด์ ที่มาแรง กลับเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้การดูแลของตัว โควัช เองเนี่ยแหละ ซึ่งมันหนักหนาเสียเหลือเกินในตอนนี้ ระยะเวลาในการแข่งขันยังเหลืออีกหลายนัดก็จริง แต่เวลาของ นิโก้ โควัช คงเหลือไม่เยอะแน่ ๆ ถ้าหากเขายังไม่สามารถพาเสือใต้กลับสู่ทิศทางที่ควรจะเป็นได้ในเร็ววัน

สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ถ้า โควัช มีทีเด็ดอะไรที่ซ่อนไว้ ไม่มีเวลาไหนที่จะเหมาะต่อการงัดออกมาใช้เท่าตอนนี้อีกแล้ว “ทำอะไรก็รีบทำก่อนจะไม่ได้ทำดีกว่า”


ติดตาม วิธีแทงบอล และ เกมส์เดิมพันอื่นๆ ได้ที่ www.mormonmommyblogs.com

Leave a Reply