เชื่อหรือไม่ “หงส์” จะเป็นแชมป์ด้วยการเฉือน “เรือ” แต้มเดียว

พรีเมียร์ลีก เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย การลุ้นแชมป์เข้มข้น และน่าจะเหลือเพียง 2 ทีมขับเคี่ยวกัน นั่นก็คือ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตัดชื่อ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไปได้เลย หลังจากพวกเขาพ่ายแพ้ ลอนดอน ดาร์บี้ ให้กับ เชลซี มีแต้มตามหลังรองจ่าฝูง 8 คะแนนใน 10 เกมสุดท้าย

วิเคราะห์ แชมป์ พรีเมียร์ลีก จะเป็น “หงส์แดง” หรือ “เรือใบสีฟ้า” กันแน่?

คล็อป

อย่าเพิ่งเบื่อ ถ้าจะบอกว่า คล็อปป์ และ เป๊ป จะห้ำหั่นกัน เพราะช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้คือของจริง ที่พลาดไม่ได้

เป็นอีกครั้งที่ต้องบอกว่า “คลับไก่” ยังมีโอกาสเป็นแชมป์ แต่มันก็แค่ในกระดาษ พวกเขาพลาดท่าอย่างร้ายกาจกับคู่ปรับร่วมเมืองที่สถานการณ์ภายในทีมสั่นคลอน และถ้าย้อนไปอีกเกม พวกเขายังไม่สามารถเอาชนะทีมหนีตกชั้นอย่าง เบิร์นลี่ย์ ได้ และโปรแกรมหนักที่รออยู่ก็คือ ดาร์บี้ แมตช์ที่หนักที่สุดกับ อาร์เซน่อล ถ้าผ่านไปไม่ได้ก็ลาก่อนของแท้ บอลถ้วยในประเทศตกรอบไปหมดแล้ว เหลือแค่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่น่าจะผ่าน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในรอบน็อคเอาท์ เพราะนัดแรกตุนไว้แล้ว 3-0 แต่หลังจากนั้นยิ่งสูงยิ่งหนาว

โปรแกรมชี้ชะตา

พัก ท็อตแน่ม ไว้ตรงนั้น ที่ต้องจับตาก็คือ ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ พวกเขาเหลืออีก 10 เกมเท่ากัน เมื่อลองวิเคราะห์ดูแล้ว หากดูตามหน้ากระดาษ ลิเวอร์พูล เหลือเกมที่ต้องเจอกับทีมกลุ่มท็อป 6 อีก 2 นัด

แต่ทั้งสองนั้นได้เล่นในบ้าน และเกมวัดใจอีก 1 นัดนั้นคือ ดาร์บี้ แมตช์ กับ เอฟเวอร์ตัน ที่มีสถานะกลางๆ สบายๆ แต่ก็ไม่อยากแพ้เพื่อนข้างบ้าน เกมที่จะเป็นตัวแปรอีกนัดก็คือการเจอกับทีมตัวแสบ วูล์ฟแฮมป์ตัน แต่นั่นก็ปาไปนัดสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น วูล์ฟส์ อาจไม่ต้องการอะไรแล้วก็ได้

ลิเวอร์พูล

โปรแกรมของ ลิเวอร์พูล ใน 10 นัดท้าย อาจมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ก็ได้ เมื่อโปรแกรม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบถัดไปออกมา เพราะการวางแผนน่าจะครบถ้วนแล้ว

เกมที่ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เสี่ยงจะทำแต้มหล่น อาจเป็นการเจอ ท็อตแน่ม ที่หมดลุ้นแชมป์แล้ว แต่ก็อยากแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ยอมแพ้ ต้องการสู้ด้วยศักดิ์ศรี และความที่เป็นทีมเล่นเกมเร็วพอๆ กัน

ถ้าเกิดเปิดหน้าแลกหมัดต่อหมัด ก็เป็นไปได้ที่จะเห็นประตูหลายลูก และการเจอ เชลซี ที่ต้องการจบเป็นที่ 4 กับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ต่อสู้เพื่อความอยู่รอด แถมด้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่อาจจะสอดแทรกมากลางสัปดาห์ ในกรณีที่สามารถฝ่าด่าน บาเยิร์น ไปได้ ก็ทำให้งานนี้ไม่ง่ายนัก ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็น่าจะเก็บได้ถึง 26 คะแนน

ขณะที่ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีปัญหาเล็กน้อย พวกเขาร่วงลงมาเป็นรองจ่าฝูง เพราะพลาดท่าในเกมที่ไม่ควรพลาด แต่หากทุกคนได้เรียนรู้จากประสบการณ์อันเจ็บปวดแล้ว การเจอกับทีมกลางๆ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ยกเว้นทีมตัวแสบ คริสตัล พาเลซ ที่บุกไปเอาชนะอย่างห้าวหาญที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม มาแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็มีเหตุผลที่พลาดอยู่ เดี๋ยวค่อยมาว่ากัน

แมนเชสเตอร์-ซิตี้

โปรแกรมของ แมนฯ ซิตี้ ใน 10 นัดท้าย อาจมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ก็ได้ เมื่อโปรแกรม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบถัดไปออกมา อย่างที่รู้กันว่า การวางโปรแกรมต้องปรึกษากันหลายฝ่าย และคำถามสำคัญที่สโมสรต้องตอบก็คือ มั่นใจหรือไม่ว่าจะผ่านเข้ารอบบอลถ้วยยุโรป

และเกมสำคัญอีกนัดก็คือการออกเยือน โอลด์ แทรฟฟอร์ด แม้ 6 ครั้งล่าสุดในลีก พวกเขาจะแพ้ไปเพียงหนึ่งเดียวเมื่อปี 2015 แต่เวลานี้แรงใจจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กำลังขับเคลื่อนขุนพล “ปิศาจแดง” ไปอีกทาง อย่าประมาทเป็นอันขาด หรือจะบกพร่องไปเพียงเล็กน้อยในด้านใดก็ไม่เป็นการสมควร ดังนั้นถ้าหักความผิดพลาดเผื่อไว้ ก็เป็นไปได้ที่ทีมนี้จะมีอีก 26 คะแนน

จุดสังเกตก็คือ ลิเวอร์พูล มักจะได้ลงเล่นทีหลัง เหมือนโปรแกรมเป็นใจให้พวกเขารอเช็คผลของทีมคู่แข่งลุ้นแชมป์ได้ก่อน แต่ก็เป็นไปได้เช่นกันว่า การลงเล่นก่อนทำให้ไม่มีความกดดัน และถ้าชนะ ก็สามารถโยนความกดดันไปที่อีกฝ่ายหนึ่งได้แบบมหาศาลด้วย

คีย์แมน

จุดแข็งของ แมนฯ ซิตี้ ที่เหนือกว่า ลิเวอร์พูล เล็กน้อยคือขุมกำลัง แน่นเกือบทุกตำแหน่ง เกมที่โดน พาเลซ บุกมาเฉือนคมได้ถึงถิ่น นัดนั้นแผนของ กวาร์ดิโอล่า ต่างไป เขาใช้งาน จอห์น สโตนส์ ปรับมาเป็นกองกลางตัวรับ และมี อิลคาย กุนโดกันคอยช่วย แต่ก็ไม่รอด

แฟร์นานดินโญ่

แฟร์นานดินโญ่ ลงสนามในเกมลีก 25 นัด และ 2 ใน 3 นัดที่ขาดไปก็คือเกมที่ ซิตี้ พ่ายแพ้ต่อ เลสเตอร์ และ พาเลซ นั่นเอง

ต้องยอมรับตามตรงว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา พวกเขายังไม่สามารถหาตัวแทน แฟร์นานดินโญ่ ได้เลย อย่างที่รู้กันว่าพวกเขาเล็ง จอร์จินโญ่ ไว้ แต่โดน เชลซี ปาดหน้าเค้ก ดังนั้นถ้า แฟร์นานดินโญ๋ ยืนระยะไม่ได้ในอีก 2-3 เดือนที่เหลือ ก็เกรงว่าน่าจะสะดุด

สำหรับ ลิเวอร์พูล ไม่ต้องสงสัยเลย ขาด เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ เหมือนขาดใจ สิ่งที่ทำให้พวกเขาได้ลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้ก็คือเกมรับ

ฟาน-ไดจ์

ฟาน ไดจ์ ลงเล่นครบถ้วน 28 เกมที่ผ่านมา เขาโดนเปลี่ยนออกครั้งเดียวเท่านั้นในนาที 55 นัดที่ถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน 3-0 ซึ่งสกอร์ขาดลอยตั้งแต่ครึ่งแรก

เกมรุกไม่มีอะไรให้กังวล อย่างที่เห็นในการถล่ม วัตฟอร์ด 5-0 พวกเขาให้แนวรุกสลับไปมาอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะสามประสาน โม ซาลาห์, โรแลร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ ใครยิงก็ได้ และยังมี แดเนี่ล สเตอร์ริดจ์ จอมซับ แถมยังจะได้ อเล็กซ์ อ็อกว์เลด แชมเบอร์เลน กลับมา เกมรุกของพวกเขาอันตรายมากจริงๆ

ที่น่าสนใจอีกจุดก็คือ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ แบ็คดาวรุ่งวัย 20 ปี แฟนๆ รู้จักเขาดี พัฒนาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้ารักษาความคงเส้นคงวาเอาไว้ได้ เกมริมเส้นก็สนุกแน่ๆ นิดเดียวเท่านั้น คือกาตัดสินใจเลือกแดนกลางของ คล็อปป์ ด้วยความหลากหลาย รักพี่เสียดายน้อง ถ้าเขาจับพลาดไปนิดเดียว หรือโรเตชั่นมั่วซั่วก็ท่าจะไม่ดี

ประสบการณ์ มีผล?

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชุดนี้ หลายคนเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาแล้วมากกว่า 1 สมัย และเกือบทั้งทีมก็เพิ่งชูถ้วยแชมป์เมื่อปีก่อน พวกเขารู้ดีว่าควรทำตัวอย่างไร วางความกดดัน หรือหยิบยกการเล่นแบบวิ่งพล่านเหนื่อยแทบตาย แต่ไม่ได้ 3-0 4-0 ก็จะไม่หยุดตามใบสั่งเจ้านาย

ส่วน ลิเวอร์พูล แม้พวกเขายังรอคอย พรีเมียร์ลีก และรอคอยแชมปีกสูงสุดมานานเกือบ 3 ทศวรรษ แต่พวกเขามี เจมส์ มิลเนอร์ ที่เคยได้แชมป์กับ แมนฯ ซิตี้ มี ฟาบินโญ่ ที่เคยเป็ฯแชมป์ ลีก เอิง ฝรั่งเศส และ นาบี เกอิต้า และ เซร์ดอง ชาคิรี่ ที่รู้จัก แชมป์ บุนเดสลีกา และถ้าจะนับ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กับ เชลซี ก็ย่อมได้

แชมป์-พรีเมียร์ลีก

พฤษภาคม 2018 ถ้วยแชมป์ผูกด้วยสีฟ้า 1 ปีถัดมาจะยังเหมือนเดิม หรือโดนย้อมด้วยสีแดง ก็ยังเป็นเรื่องที่ยากจะตอบ

มองมุมนี้ทั้งคู่ก็ไม่ต่างกันมาก แต่ความเป็นกลุ่มเป็นก้อนของ “เรือใบ” ชัดเจนกว่ากันอยู่เล็กน้อย และถ้าหยิบเรื่องการคว้าแชมป์ คาราบาว คัพ ใบล่าสุดมานับด้วย เป้าหมายของ กวาร์ดิโอล่า คือภาพฝันขนาดใหญ่ พวกเขาต้องการ 4 แชมป์ ซึ่งเริ่มนับหนึ่งไปแล้ว พวกเขาต้องการนับต่อ

อย่างไรก็ดี การวิเคราะห์โปรแกรมและคะแนนที่น่าจะเก็บได้ของทั้งคู่ เป็นไปได้ว่าจะออกมาเท่ากันที่ 26 จาก 30 คะแนน เมื่อนำมารวมกับที่มีอยู่ในตอนนี้ ก็เป็นไปได้ว่า ลิเวอร์พูล จะเฉือนแชมป์เก่าไปแต้มเดียว และยังจำได้หรือไม่ว่า ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เคยคำนวณความเป็นไปได้ในช่วงกึ่งฤดูกาล ว่า ลิเวอร์พูล จะได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก หากพวกเขายังเก็บแต้มได้ในจังหวะเดิม

แต่ก็อย่างที่เข้าใจ คีย์แมน ประสบการณ์และอีกหลากหลายปัจจัยที่ไม่ได้เอ่ยถึงก็อาจนับรวมไปด้วย ดังนั้นอะไรก็ไม่แน่นอน เป็นเพียงความน่าจะเป็น แมนฯ ซิตี้ อาจพลาดท่าได้น้อยกว่า 26 คะแนน แต่ ลิเวอร์พูล ก็ดันพลาดท่าได้น้อยกว่าเช่นกัน ใครจะไปรู้


ติดตาม ข่าวกีฬา อัพเดท พร้อม วิธีแทงบอล และ เกมส์เดิมพันอื่นๆ ได้ที่ www.mormonmommyblogs.com

Leave a Reply